| Home | กลับหน้าแรกเว็บบอร์ด | ตั้งคำถามใหม่ | สมัครสมาชิกบอร์ด | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน |
ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ไทยผลิตกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าได้แล้ว วีดีโอ

http://sites.google.com/site/khunnadham/Home/rab-smakhr-phu-snci-reiyn-phlit-kartun-animation

คลิป กังหังลมผลิตไฟฟ้า
ความยาว 9.38 นาที

คลิกไปเรื่อย ๆ มาจากลิงค์ของ
http://sites.google.com/site/dhammalibrarysite/dl3

เพื่อบอกถึงแหล่งอ้างอิงครับ

ต่อไปก็ควรจะเป็น เทคโนโลยีโซลาร์เซล
ซึ่งต้องใช้เตาหลอมซิลิคอนจากทราย ที่อุณหภูมิ 3 หมื่นองศาเซลเซียส (หากใช้แสงเลเซอร์ น่าจะทำได้)
(ผมเคยอ่านจากหนังสือเล่มเล็ก ๆ เรื่องอุณหภูมิสามหมื่น C.)

ผมเคยเห็นที่หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ตรงพรมแดนไทยพม่า แถวจังหวัดตาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตซื้อให้ประจำบ้านใช้ ชุดละ 3 หมื่นบาทฟรี เพราะเป็นพื้นที่ที่เสาไฟฟ้าติดไปไม่ถึง เป็นภูเขาสูงชัน ก็ใช้ดูทีวี หลอดไฟ ฯลฯ ได้ในครอบครัวขนาดเล็ก

ประเทศไทย ได้แสงแดดฟรีอย่างเหลือเฟือ น่าจะลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และลดการพึ่งพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีกากนิวเคลียร์เกิดขึ้น ซึ่งต่างประเทศนำไปถมในทะเลลึก หรือขุดดินลึกกลบ และเชื้อเพลิงยูเรเนียมต้องนำเข้าจากต่างประเทศเช่น แอฟริกา รัสเซีย ...

ปัจจุบัน ไม่ทราบว่า ราคาไฟฟ้าต่อหนึ่งหน่วยยูนิต (กิโลวัตต์ ชั่วโมง) จากโซลาร์เซล เป็นกี่เท่าของจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (1 ยูนิตประมาณ 3 บาท เมื่อหลายปีมาแล้ว)

พลังงานทดแทน ทำให้มนุษย์ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้ดีขึ้น มากกว่าขุดดินนำเอาน้ำมัน หรือน้ำบาดาลจากใต้ดิน

และเทคโนโลยีอีกเรื่องคือ desalination technology ที่ทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด แม้ประเทศไทยมีน้ำอุดมสมบูรณ์ในหลายพื้นที่ แต่ก็ควรพิจารณาเทคโนโลยีนี้ไว้ เพราะหมู่เกาะหรือประเทศในทะเลทรายได้พัฒนาขึ้นด้วย โซลาร์เซล (photovoltaics), R.O. (Reverse Osmosis) ...



โดยคุณ tropics (180.180.65.85) [28-02-2010 22:33]




ความเห็นที่ 1 โดยคุณ tropics (180.180.65.85) [28-02-2010 22:43] #26592

ผมเคยเห็นภาพในรัฐอาริโซน่า ของอเมริกา ที่นำโซลาร์เซล หรือเซลสุริยะ นำพลังงานแสงอาทิตย์ มาทำแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ (air-conditioner) ติดอาคาร หรือหลังคารถ

ทำให้ประหยัดไฟฟ้า และมีชีวิตที่ศิวิไลซ์ (civilized) ได้ โดยไม่ต้องพึ่งแหล่งพลังงานจากฟอสซิลคือน้ำมันดิบ

glass house หรือเรือนกระจก ที่ปลูกพืชและปรับอุณหภูมิตามต้องการ ทำให้ปลูกพืชในทะเลทราย หรือประเทศในแถบหนาวได้
ทำให้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตามที่พืชต้องการได้

อินทผลัม ขึ้นได้ในที่มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 100 วันต่อปีขึ้นไป ผลไม้ชนิดนี้ในประเทศตะวันออกกลาง กินเป็นอาหารได้จากต้นเลย ไม่ต้องปลอกเปลือก มีน้ำตาลฟรุ๊กโต๊สถึง 78% ในแคลิฟอร์เนียของอเมริกาได้นำพันธุ์จากตะวันออกกลางเช่นจากดูไบไปปลูกและได้ผลดี

หากไทยปลูกในบริเวณที่แห้งแล้ง จะเพิ่มมูลค่าของที่ดินได้ เพราะต้องการน้ำน้อยมาก

สำหรับผู้สนใจเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง ลองหาข้อมูลใน google ดูครับ เพราะมีโปรตีนสูงถึง 70 กว่า % ในขณะที่เนื้อสัตว์มีโปรตีนไม่ถึง 20% ของน้ำหนัก

ผมเคยไปแถวอำเภอชายแดนหนึ่งในจังหวัดตาก มีการเพาะเห็ดเป็นขวดในโรงเรือน ทำรายได้ดีมาก โดยเฉพาะเห็ดพันธุ์ญี่ปุ่น ฯลฯ ที่เป็นที่นิยม เห็ดช่วยลดสารอนุมูลอิสระ และบางชนิดเป็นยาอายุวัฒนะ

ว่าแล้ว หากสนใจ ปริญญาตรีด้านเกษตรกรรม ของ มสธ. ก็น่าสนใจ
http://www.stou.ac.th/Courses/bachelor_52/agri.asp
คลิกที่รายละเอียดของหลักสูตร

โดยมาก จะเรียน 2 ปี เป็นปริญญาตรีต่อเนื่อง สำหรับผู้จบ ปวส. หรือปริญญาตรีสาขาอื่นมาแล้ว น่าจะมีวิชาปฎิบัติประมาณ 2-3 วิชา



ความเห็นที่ 2 โดยคุณ tropics (180.180.65.85) [28-02-2010 23:25] #26593

http://www.ryt9.com/s/prg/676042

กรุงเทพฯ--29 ก.ย.--JGSEE
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE)
นักวิจัย กฟผ. จับมือ นักวิจัย JGSEE ร่วมศึกษาหาพื้นที่ที่มีศักยภาพติดตั้งกังหันลม ด้วยวิธีการคำนวณความเร็วลมโดยหลักการด้านฟิสิกส์บรรยากาศที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยทำในประเทศไทย เผยพบพื้นที่ที่ความเร็วลมเฉลี่ยสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ ภาคใต้ด้านฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่บางส่วนของภาคอีสาน ภาคกลาง และพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของประเทศ พร้อมแนะไทยควรออกแบบกังหันลมที่เหมาะกับความเร็วลมในประเทศจึงจะช่วยให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น

http://www.ryt9.com/s/prg/785753

กรุงเทพฯ--29 ม.ค.--JGSEE
นักวิจัยเจจีซี ได้พัฒนาฐานข้อมูลแผนที่ศักยภาพพลังงานลมที่ความละเอียด 1 กม. ครอบคลุมทั่วประเทศและฐานข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศเพื่อคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งกังหันลมสำเร็จ เสนอภาครัฐและเอกชนใช้เป็นประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาพลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้า




ความเห็นที่ 3 โดยคุณ tropics (180.180.65.85) [28-02-2010 23:28] #26594

http://www.ryt9.com/s/prg/786172

"ลม” ทางเลือกใหม่ พลังงานประเทศไทย
ThaiPR.net -- ศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553 15:10:52 น.
กรุงเทพฯ--29 ม.ค.--กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
เรื่องของกังหันลม ถ้าเป็นเมื่อก่อน สำหรับประเทศไทย อาจจะมีสถานะเพียงแค่ ของสวยงามเอาไว้ประดับบ้าน ประดับสถานที่ให้รู้สึกตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจเท่านั้น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป บ้านเมืองเริ่มมีความขัดแย้งกันเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรหนักขึ้นเรื่อยๆ โครงการผลิตพลังงานทั้งของภาครัฐและเอกชนสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อม ชุมชน รวมไปถึงกระทบกับวิถีความเป็นอยู่ดั้งเดิมแบบที่เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย

หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องหันไปศึกษาเรื่องพลังงานทางเลือก หรือการสร้างพลังงานจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องของพลังงานจากสายลมที่พัดผ่านไปมา ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลมของประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดผ่านไทยจากทะเลจีนใต้ ในเดือนพฤศจิกายน ถึงปลายเดือนมีนาคม ทำให้มีคลื่นลมแรง ทางภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ทิศทางของลมพัดจากทะเลเข้าสู่ฝั่ง ทำให้พื้นที่บริเวณชายฝั่ง เริ่มตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี มีกำลังแรงลมเฉลี่ยประมาณ 6.4 เมตร ต่อวินาที ส่วนอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งพัดผ่านประเทศไทยจากอันดามันใน เดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม ทำให้เทือกเขาใน จ.เพชรบุรี กาญจนบุรี และตาก ที่เป็นรอยต่อกับประเทศพม่า มีกำลังลมแรงบนยอดเขา มีความเร็วลมเฉลี่ย 5.6 เมตร ต่อวินาที นอกจากนั้นในบริเวณพื้นที่สูง ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีความเร็วลมเฉลี่ยประมาณ 5.1 เมตร ต่อวินาที

แหล่งที่มีศักยภาพพลังงานลมรองลงมาพบว่า อยู่บริเวณพื้นที่อ่าวไทย จ.ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี ชุมพร สุราษธานี นครศรีธรรมราช พื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.สตูล ตรัง กระบี่ ภูเก็ต พังงา และบริเวณที่สูงบางพื้นที่บนยอดเขาในภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.เพชรบูรณ์ และเลย มีความเร็วลมเฉลี่ยประมาณ 4.4 เมตร ต่อวินาที

มีการวิเคราะห์เบื้องต้นสำหรับเรื่องพื้นที่ และความเหมาะสมสำหรับการใช้ประจากพลังงานลม พบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดชายทะเล เพราะได้รับทั้งลมบก ลมทะเล และลมประจำฤดู

พื้นที่ บริเวณแนวชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ตามแนวถนนทางหลวง 4031 และ 408 นับแต่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถึง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร พื้นที่กว้างประมาณ 2 กิโลเมตร หรือ 280 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่ง ถนนลาดยางตลอดทั้งสาย ซึ่งได้รับลมเป็นระยะยาวนานในหนึ่งปี ทั้งลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเร็วลม 4.5-5.0 เมตร ต่อวินาที

พื้นที่ ในบริเวณ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราชได้ทำโครงการสาธิตผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ และ 250 กิโลวัตต์ ในพ.ศ. 2549-2550 และที่บริเวณ จ.สงขลาได้ทำโครงการศึกษาศักยภาพพลังงานลมเฉพาะแหล่ง ผลการศึกษาพบว่า บริเวณเกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ มีศักยภาพในการพัฒนาติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าในรูปแบบทุ่งกังหันลมได้ประมาณ 5-10 เมกกะวัตต์ ซึ่งสามารถนำไปส่งเสริมการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมได้ในอนาคต

นายศุกิจ นันทะวรการ นักวิจัยพลังงานและอุตสาหกรรม มูลนิธินโยบายและสุขภาวะ กล่าวว่า เวลานี้มีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องพลังงานของประเทศเริ่มทำโครงการ สร้างพลังงานจากพลังงานลมแล้ว เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าไปสร้างกังหันลมขนาดใหญ่ 2 ตัวเสาสูง ตัวละประมาณ 40 เมตร แต่ละตัวสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1.5 เมกะวัตต์ ที่บริเวณเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และมีโครงการจะสร้างเพิ่มอีก 12 ตัว เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้ จ.นครราชสีมา ที่สำคัญคือ มีภาคเอกชนอีกหลายแห่งสนใจที่จะเข้ามาทำเรื่องนี้ จากการศึกษาเราพบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั่วประเทศประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ หรือเท่ากับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่ง

“ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่เราจะหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือกจากพลังงานลม เข้ามาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าแทนการสร้างเขื่อน หรือการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นวัตถุดิบ แม้จะไม่สามารถแทนพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นทางเลือกที่จะลดการสร้างมลพิษเพิ่ม และลดการทำลายทรัพยากร เช่น การสร้างเขื่อน เราจะต้องตัดต้นไม้ และใช้พื้นที่จำนวนมหาศาล แต่การสร้างกังหันลม แค่เอาเสาไปปักในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เสร็จแล้วปล่อยให้ระบบทำงาน เท่านั้น” นายศุภกิจ กล่าว

ถึงกระนั้นก็ใช่ว่า จะไม่มีปัญหาเลยสำหรับการใช้กังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยก่อนหน้านี้มีรายงานจากพื้นที่ทดลองติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่บางปู ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ที่มีนกนางนวลจำนวลมาก พื้นที่ดังกล่าว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้นำกังหันลมขนาด 5 กิโลวัตต์ จำนวน 9 ตัว เข้าไปติดตั้ง พบปัญหาคือ เมื่อนกนางนวลบริเวณดังกล่าวมีอาการแตกตื่น เพราะมีเรือเข้าฝั่ง พวกมันจะบินชนใบพัดกังหัน ตกลงมาตาย ซึ่งปัญหานกบินเข้าไปในพัดกังหันลมนี้เกิดขึ้นทุกประเทศที่ใช้กังหันลม มีการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยการ พยายามทำให้สีของใบพัดตัวกังหันเข้มเข้าไว้ เพื่อว่าเมื่อนกเห็นเข้าพวกมันจะบินหลบแทนที่จะบินชน

ในประเทศไทยนั้น ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือ พื้นที่ที่มีศักยภาพลมส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมด เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ และพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสิ้นการเข้าไปใช้จึงค่อนข้างยาก

นายศุภกิจ กล่าวว่า ก่อนจะเป็นกังหันลม 1 ตัว ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ (ขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ขนาดใหญ่ประมาณ 100 เมตรขึ้นไป) ระหว่างการก่อสร้างอาจจะสร้างความเสียหายให้พื้นที่รอบๆทั้งสิ้น ยิ่งขนาดใหญ่มาก ยิ่งเสียหายมาก เพราะต้องใช้รถเครนขนอุปกรณ์การก่อสร้างเข้าไปทำงาน เพื่อปักตัวเสาของกังหันลงไปในพื้นที่ แต่ความเสียหายดังกล่าวถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการสร้างเขื่อน หรือโรงไฟฟ้า

“เวลานี้เรากำลังจะหาทางออกร่วมกันอยู่ว่า ในเมื่อพื้นที่ที่มีศักยภาพลมนั้น เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ไม่สามารถเข้าไปทำประโยชน์อะไรได้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้องขนอุปกรณ์เข้าไปทำงาน ยิ่งเป็นปัญหาหนัก ถือเป็นอุปสรรคที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับเรื่องนี้ แต่ผมคิว่าน่าจะมีทางออกที่ดีได้ หากทำให้โครงการเป็นความร่วมมือระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ เจ้าของพื้นที่ ซึ่งก็คือ กรมอุทยานแห่งชาติ หรือกรมป่าไม้ และหน่วยงานเจ้าของโครงการ ให้มานั่งคุยกัน หาทางออกร่วมกันสำหรับจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการ ผมมั่นใจว่า หากเราได้คุยกันมากๆอเราจะเข้าใจกัน และทำงานร่วมกันได้ ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะตกอยู่ที่ชุมชน และคนในพื้นที่นั่นเอง” นายศุภกิจ กล่าว

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พูดถึงเรื่องนี้ว่า เคยได้รับรายงานเช่นกันว่า ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพลมที่สามารถเป็นแหล่ง พลังงานแห่งใหม่ของประเทศไทย เท่าที่ได้ดูแผนที่ศักยภาพลม หรือวินด์ แมป ก็เห็นจริงตามนั้น ยอมรับว่า การขอเข้าใช้พื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นค่อนข้างหยุมหยิมและยุ่งยากมาก

“อย่าว่าแต่เข้าไปสร้างกังหันลมเลย ที่ผ่านมาการไฟฟ้าทั้งฝ่ายผลิต และส่วนภูมิภาคจะขอเข้ามาปักเสาไฟเพื่อเดินกระแสไฟฟ้าก็ยังไม่สามารถทำได้ ยังมีปัญหาอีกหลายแห่ง แต่เรื่องนี้ผมก็เข้าใจว่าสำคัญ และเป็นเรื่องดี หากเราจะสร้างแหล่งพลังงานได้โดยสร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ และพลังงานลมก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง” นายจตุพร กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ บอกด้วยว่า วิธีการหนึ่งสำหรับการเข้าไปใช้พื้นที่ป่าอนุรักษ์คือ การกันพื้นที่อนุรักษ์นั้นออกมาก่อน ซึ่งยอมรับว่าทำไม่ง่ายนัก แต่หากมีความจำเป็นมากก็สามารถทำได้ เพราะเชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานส่วนนี้อยู่แล้ว

ถือเป็นความหวังที่เราสามารถหวังกันได้ว่าในอนาคต เราจะมีพลังงานสะอาด อย่างพลังงานลมมาใช้อย่างจริงจัง ขั้นตอนการดำเนินการอาจจะมีอุปสรรคขวากหนามบ้าง แต่หากทุกฝ่ายพร้อมใจร่วมมือกันทำ เชื่อว่าในที่สุดเราก็จะผ่านอุปสรรคนั้นไปได้



ความเห็นที่ 4 โดยคุณ tropics (180.180.65.85) [01-03-2010 06:03] #26604

http://www.google.co.th/search?hl=th&source=hp&q=shiva+laser+project&meta=&aq=f&oq=

shiva laser project
หรือโครงการเลเซอร์ ดั่งพระหัตถ์ของพระศิวะ

คือการนำท่อเลเซอร์หลายท่อ มายิงไปยังจุดศูนย์กลาง ที่มีไฮโดรเจนอยู่ในเตา จุดระเบิดคล้ายแกนกลางของดวงอาทิตย์ ทำให้มีอุณหภูมิ 1 ล้านองศาเซลเซียส เป็นจุดเริ่มต้นของปฎิกริยาฟิวชั่น

สำหรับการทำอุณหภูมิ 3 หมื่นองศาเซลเซียส เพื่อหลอมซิลิคอนหรือทราย เพื่อทำโซลาร์เซลนั้น น่าจะทำกันได้ในปัจจุบันแล้ว อีกทั้งเทคโนโลยีการผลิตไอซีหรือแผงวงจรรวมในคอมพิวเตอร์ (IC wafer manufacturing) ก็ก้าวหน้ามาก

ไม่รู้ว่า เป็นนโยบายเรื่องการคงไว้ซึ่งน้ำมันฟอสซิลหรือเปล่า ทำให้ประเทศมหาอำนาจไม่ทำซะที ไม่รู้ว่ามี hidden agenda หรือวาระซ่อนเร้นอะไร



ความเห็นที่ 5 โดยคุณ lom (161.200.212.208) [05-09-2012 13:00] #45931

กังหันลมผลิตไฟฟ้าของ m3m เขาว่าประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับลมของประเทศไทย ที่ www.m3mthailand.com เป็นไงบ้างครับ



ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
Security Code       ต้องใส่ Security Code *
โดย Password (สำหรับสมาชิก)  
Email (สมาชิกไม่ต้องใส่)
แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
เลือกรูป ขนาดห้ามเกิน 50 kb

[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]